หน้าแรก › น้ำมันเบรก
น้ำมันเบรก DOT 4 กับ DOT 5.1 ต่างกันยังไง รถยุโรปใช้ตัวไหน
คำตอบสั้นที่สุด: DOT 4 กับ DOT 5.1 เป็นน้ำมันเบรกตระกูลเดียวกัน (กลีคอลอีเธอร์) ผสมกันได้ ต่างกันที่ DOT 5.1 ทนความร้อนได้สูงกว่า ส่วน DOT 5 เป็นซิลิโคน คนละตระกูล ห้ามเติมรวมกันเด็ดขาด — ตัวเลขใกล้กันแต่เป็นคนละของ
ตารางเทียบ 4 ชนิด
| ชนิด | เนื้อน้ำมัน | จุดเดือดแห้ง (ขั้นต่ำ) | จุดเดือดเปียก (ขั้นต่ำ) | ผสมกับ DOT 4 ได้ไหม |
|---|---|---|---|---|
| DOT 3 | กลีคอลอีเธอร์ | 205°C | 140°C | ได้ |
| DOT 4 | กลีคอล + บอเรตเอสเทอร์ | 230°C | 155°C | — |
| DOT 5 | ซิลิโคน | 260°C | 180°C | ไม่ได้ |
| DOT 5.1 | กลีคอล + บอเรตเอสเทอร์ | 260°C | 180°C | ได้ |
"จุดเดือดแห้ง" กับ "จุดเดือดเปียก" คืออะไร
- จุดเดือดแห้ง — ค่าตอนน้ำมันใหม่ ยังไม่ดูดความชื้น
- จุดเดือดเปียก — ค่าตอนน้ำมันดูดความชื้นเข้าไป 3.7% ซึ่งเป็นสภาพของน้ำมันที่ใช้งานมาหลายปี
ตัวเลขที่ควรสนใจคือ จุดเดือดเปียก เพราะเป็นสภาพจริงของรถที่วิ่งใช้งานทุกวัน ไม่ใช่ตัวเลขสวยๆ ตอนเพิ่งเปิดกระป๋อง
ทำไมน้ำมันเบรกเก่าถึงอันตราย
น้ำมันเบรกตระกูลกลีคอลดูดความชื้นจากอากาศได้เอง ผ่านท่อยางและกระปุกพักน้ำมัน ยิ่งใช้นานยิ่งมีน้ำปนมาก พอเบรกหนักๆ ต่อเนื่อง เช่น ลงเขา หรือรถติดแล้วเบรกถี่ ความร้อนจะสะสมที่คาลิปเปอร์
ถ้าน้ำในน้ำมันเดือดเป็นไอ จะเกิดฟองอากาศในระบบ — เหยียบเบรกแล้วแป้นจะ นิ่ม จม ลึกผิดปกติ และเบรกไม่อยู่ อาการนี้เรียกว่า vapor lock และเกิดขึ้นตอนที่ต้องการเบรกมากที่สุดพอดี
รถยุโรปควรใช้ตัวไหน
หลักการง่ายที่สุดคือ ดูที่ฝากระปุกน้ำมันเบรกหรือคู่มือรถ แล้วใช้ตามนั้นหรือสูงกว่า — เติมของที่สเปคสูงกว่าได้ แต่ห้ามต่ำกว่า
- รถยุโรปส่วนใหญ่ระบุ DOT 4 เป็นมาตรฐาน
- รถรุ่นใหม่ที่มีระบบ ESP/DSC หลายรุ่นระบุเป็น DOT 4 LV (Low Viscosity — ความหนืดต่ำ) เพราะปั๊ม ABS ต้องดันน้ำมันเร็วในอุณหภูมิต่ำ ถ้าฝาระบุ LV ควรใช้ LV ตาม
- DOT 5.1 ใช้แทน DOT 4 ได้ในระบบเดียวกัน เหมาะกับคนที่ใช้งานหนัก เบรกบ่อย หรือบรรทุกหนัก
- DOT 5 (ซิลิโคน) ห้ามใช้ ในรถบ้านทั่วไปที่ออกแบบมาสำหรับน้ำมันกลีคอล
เปลี่ยนถ่ายทุกกี่ปี
คำแนะนำทั่วไปของอุตสาหกรรมคือ ทุก 2 ปี โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง เพราะตัวที่ทำให้น้ำมันเสื่อมคือความชื้นที่ดูดเข้าไปตามเวลา ไม่ใช่การสึกหรอจากการใช้งาน
กรณีที่ควรสั้นลงกว่านั้น:
- ขับในเมืองรถติด เบรกถี่ตลอด
- วิ่งเส้นทางภูเขาหรือลงเนินยาวเป็นประจำ
- บรรทุกหนัก หรือลากพ่วง
- รถจอดนิ่งนานในที่ชื้น (จอดนิ่งก็ดูดความชื้นได้)
สำคัญกว่าการนับปีคือ ให้ช่างวัดปริมาณความชื้นในน้ำมัน ตอนเข้าศูนย์หรือเช็คระยะ เครื่องวัดเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่อู่ส่วนใหญ่มี ใช้เวลาไม่ถึงนาที
ข้อควรรู้ตอนซื้อและตอนเติม
- ซื้อกระป๋องเล็กพอใช้ครั้งเดียว — น้ำมันเบรกที่เปิดฝาแล้วเริ่มดูดความชื้นทันที เก็บไว้ใช้ครั้งหน้าไม่คุ้ม
- ดูวันผลิต — แม้ยังไม่เปิด ก็มีอายุเก็บ
- อย่าเติมข้ามยี่ห้อโดยไม่จำเป็น — ผสมข้ามยี่ห้อในตระกูลกลีคอลทำได้ แต่การเปลี่ยนถ่ายทั้งระบบให้ผลดีกว่าการเติมเพิ่ม
- ระวังหยดโดนสี — น้ำมันเบรกกลีคอลกัดสีรถ ถ้าหยดให้ล้างด้วยน้ำทันที
ไม่แน่ใจว่ารถคุณใช้ตัวไหน?
แจ้งรุ่นรถและปีมาทางไลน์ ทีมขายจะบอกให้ว่าสเปคที่ผู้ผลิตกำหนดคือตัวไหน พร้อมแจ้งราคาและของที่มีในสต็อก
สอบถามทาง LINEวิธีเช็คอะไหล่ Bosch แท้หรือปลอม ด้วยรหัส 18 หลักบนสติกเกอร์โฮโลแกรม
น้ำยาหล่อเย็นรถยุโรป เลือกยังไงให้ตรงสเปค
ดูบทความทั้งหมด
ตัวเลขในตารางเป็นค่าขั้นต่ำตามมาตรฐาน น้ำมันแต่ละยี่ห้ออาจทำได้สูงกว่านี้ — ให้ยึดสเปคที่ผู้ผลิตรถกำหนดในคู่มือเป็นหลักเสมอ